บ่อเกลือ มหัศจรรย์บ่อเกลือสินเธาว์ภูเขาน่านแห่งเดียวในโลก ข้อมูลท่องเที่ยวบ่อเกลือ จังหวัดน่าน
ข้อมูลท่องเที่ยว จังหวัดน่าน
ชิมเำกลือบนดอยสูง : บ่อเกลือสินเธาว์ภูเขา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน
 
บ่อเกลือภูเขา จังหวัดน่าน
บ่อเกลือภูเขา
   บ่อเกลือ ตั้งอยู่ในอำเภอบ่อเกลือ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดน่าน เดิมเรียกว่า "เมืองบ่อ" ซึ่งหมายถึง เมืองที่มีบ่อเกลือสินเธาว์ ที่มีอยู่ในพื้นที่ซึ่งเดิมมีอยู่ในจำนวน 7 บ่อ คือ บ่อหลวง บ่อหยวก บ่อเวร บ่อน่าน บ่อกิน บ่อแคะ และบ่อเจ้า
   บ่อเกลือมีอยู่สองบ่อ คือ บ่อเกลือเหนือ และ บ่อเกลือใต้ โดยบ่อเกลือเหนือมีขนาดใหญ่ มีโรงต้มเกลืออยู่หลายโรง ส่วนบ่อเกลือใต้ มีโรงต้มเกลือน้อยกว่า ทั้งสองบ่อชาวบ้านยังใช้วิธีการต้มเกลือแบบโบราณในโรงเกลือที่ปิดมิดชิด ภายในมีเตาขนาดใหญ่ขึ้นรูปจากดินเหนียวสำหรับวางกะทะใบเขื่อง หรือกระทะแขวนตะกร้าไม้ไผ่สานใบเล็กๆ เพื่อใช้สำหรับบ่อเกลือ ชาวบ้านที่บ้านบ่อหลวง ทำการต้มเกลือสินเธาว์มาตั้งแต่โบราณหลายร้อยปีมาแล้ว จากหลักฐานทางธรณีวิทยาระบุว่า เมื่อหลายแสนปีก่อน บริเวณนี้เคยเป็นทะเล
บ่อเกลือภูเขา จังหวัดน่าน
ปากบ่อนั้นขึ้นได้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น
ประวัติชาติพันธุ์บ่อเกลือ
   จากคำบอกเล่าของผู้อาวุโสประจำหมู่บ้านที่จดจำจาก "ปั๊บปิน" เป็นเอกสารใบลานซึ่งเขียนเป็นอักษรธรรมล้านนาไว้และได้สูญหายไปจากวัดบ่อหลวงราว 40-70 ปี มาแล้ว แต่มีผู้จดจำเรื่องราวในเอกสารนั้นเป็นอย่างดีคือ อดีตกำนันนนท์ถี เขื่อนเมือง และเป็นผู้เดียวที่จดจำเรื่องราวเหล่านี้ได้
   บรรพบุรุษเล่าว่า...เป็นกลุ่มคนที่อพยพมาจากมองโกเลียออกมาทางแม่น้ำเหลืองทางหัวพันห้าทั้งหก เมื่อล่องแม่น้ำโขงมาถึงลาว จึงมาหยุดอยู่ที่เมืองหลวงน้ำทาแต่พวกลาวไม่ให้อยู่ จึงข้ามมาอยู่ที่เชียงแสนเจ้าหลวงภูคาจึงไปบอกให้มาหักล้างถางพงอยู่บริเวณนี้มีแม่น้ำลำธารดี ให้มาทำเกลือโดยที่เจ้าหลวงภูคาไปขอเจ้าหลวงน่าน เ้จ้าหลวงน่านไปขอพญาเม็งรายเพื่อขอคนเชียงแสนที่อพยพให้มาอยู่ที่นี่ ราว พ.ศ.2323-2327 ในสมัยล้านนาเป็นเมืองขึ้นพม่า
   ด้วยเหตุผลที่บ่อเกลือ หรือ เมืองบ่อ เป็นชุมชนขนาดใหญ่ และเหตุผลที่เกลือเป็นทรัพยากรที่สำคัญและมีบทบาทต่อชุมชนคนเมืองน่านและบ้านเมืองชุมชนร่วมสมัยที่อยู่รอบๆ เมืองน่าน ทั้งรัฐสุโขทัย ล้านช้าง(ลาว) และล้านนา(เชียงใหม่) เป็นสาเหตุที่ทำให้พระเจ้าติโลกราชแห่งเมืองเชียงใหม่(ล้านนา) เสด็จยกทัพมาตีเมืองน่านราว พ.ศ. 1993 และเอาเมืองน่านเข้าไว้เป็นส่วนหนึ่งของล้านนา และมีควาำมสำัคัญสืบเนื่องมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์
   มีเรื่องราวสืบต่อกันมาอีกว่า เจ้าหลวงน่าน จะต้องให้คนส่งเกลือไปถวายที่เมืองน่านเป็นการส่งส่วย เกลือ 5 ล้าน 5 แสน 5 หมื่น 5 พัน (ประมาณ 7,395 กิโลกรัมต่อปี) โดยใช้คนที่ไม่ได้ต้มเกลือนำไปส่งเช่นคนบ่อเกลือเหนือ ซึ่งส่วนมากจะเป็นชาวลั๊วะ การส่งเกลือไปถวายพระเจ้าน่านจะมีคนมารับที่นาปางถิ่น (สนามบินน่านในปัจจุบัน) โดยมีหัวหน้าเป็นชาวบ่อหลวงเป็นผู้ควบคุมไป การส่งส่วยเหล่านี้เริ่มเมื่อใดไม่ปรากฎหลักฐานแต่กระทำเรื่อยมาจนถึงเจ้ามหาพรหมสุรธาดา (พ.ศ.2461-2474) เป็นเจ้าผู้ครองนคร และถูกยกเลิกไปในช่วงเวลานั้นเมื่อระบบรวมอำนาจสู่ศูนย์กลางของกรุงเทพมหานครสามารถใช้ได้เต็มที่
   ในอดีต อำเภอบ่อเกลือขึ้นตรงกับอำเภอปัว มี 2 ตำบลคือ ตำบลบ่อเกลือเหนือ และตำบลบ่อเกลือใต้ อำเภอบ่อเกลือถูกปิดล้อมด้วยขุนเขาการเดินทางลำบาก การติดต่อสื่อสารทำได้โดยทางเท้าเท่านั้น ใช้เวลาเดินทาง 1-2 วัน กว่าจะถึงอำเภอปัว จึงถูกปิดล้อมด้วยกองกำลังติดอาวุธพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 เป็นต้นมา เมื่อสงครามการใช้กำลังอาวุธยุติลง มีผู้เข้าร่วมพัฒนาชาติไทยเป็นจำนวนมาก ทางราชการจึงได้แยกตำบลบ่อเกลือเหนือ และตำบลบ่อเกลือใต้ออกจากอำเภอปัว จัดตั้งเป็นกิ่งอำเภอบ่อเกลือเมื่อวันที่ 15 กุมภาํพันธ์ พ.ศ.2531 และยกฐานะเป็นอำเภอบ่อเกลือในปี พ.ศ.2538
เกลือภูเขาสินเธาว์ จังหวัดน่าน
การค้นพบบ่อเกลือ
   
สำหรับการค้นพบบ่อเกลือที่บ้านบ่อหลวง มีการเล่าสืบต่อกันมาดังนี้ว่า แต่เดิมบริเวณพื้นที่เหล่านี้เป็นป่าดงพงไพร ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ แต่มีหนองน้ำที่พวกสัตว์ต่างๆ ชอบมากินน้ำในหนองน้ำแห่งนี้ และยังมีนายพรานผู้หนึ่งมาล่าสัตว์ และเห็นว่าพวกเหล่าสัตว์ทั้งหลายมากินน้ำที่นี่เป็นประจำ เมื่อลองชิมดูจึงรู้ว่าเค็ม ข่าวล่วงรู้ไปถึงเจ้าหลวงภูคา และเจ้าหลวงบ่อ จึงชวนกันมาดูน้ำเกลือ โดยทั้ง 2 พระองค์ขึ้นไปอยู่ที่บนยอดดอยภูจั๋น เพื่อแข่งขันกันพุ่งสะเดา(หอก) เจ้าหลวงภูคาพุ่งหอกไปตกทางตะวันตกของน้ำมาง ตรงที่ตั้งของหนอกในปัจจุบัน เจ้าหลวงบ่อ พุ่งหอกไปตกทางตะวันตกของน้ำมาง ข้ามน้ำมางตรงที่ตั้งของหอเจ้าพ่อหลวงในปัจจุบัน ชาวบ้านที่ชมดูการพุ่งหอก ไปนำเอาหินมาก่อเป็นที่สังเกตแล้วตั้งเป็นโรงหอ ทำพิธีเพื่อตอบแทนบุญคุณเจ้าทั้ง 2 พระองค์ ทุกปี ภายหลัง ทั้ง 2 พระองค์คิดกันว่า จะนำคนที่ไหนมาอยู่ เมื่อปรึกษากันแล้วจึงไปนำคนที่อยู่เชียงแสน ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของชาวบ่อหลวงมาหักล้างถางพงและทำเกลืออยู่ที่นี่
   บ่อเกลือที่เห็นในปัจจุบันนั้น ปากบ่อกรุด้วยไม้กั้นเป็นคอกอย่างดี อดีตกำนันนนท์ถี เขื่อนเมือง เล่าว่า เมื่อสมัยแม่ของตนยังเป็นเด็ก เจ้าผู้ครองเมืองส่งคนมาสร้างคอกไม้เป็นขอบบ่อ เพราะแต่เดิมเป็นเพียงบ่อดิน ใช้ไม้กลวงสวมตรงกลางคันดินถล่มเท่านั้น ในขณะนั้น แม่ได้ช่วยตักน้ำมาเลี้ยงผู้ที่มาทำการก่อสร้างนั้นด้วย

ต้มเกลือเกลือสินเธาว์ จังหวัดน่าน
อาชีพการทำเกลือสินเธาว์
   
ปัจจุบัน บ่อเกลือที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์มีจำนวน 5 บ่อ คือ บ้านบ่อหลวง หมู่ที่ 1 ตำบลบ่อเกลือใต้ 2 บ่อ, บ้านบ่อหยวก หมู่ที่ 3 ตำบลบ่อเกลือเหนือ 2 บ่อ และบ้านนากิ๋น หมู่ที่ 2 ตำบลบ่อเกลือเหนือ 1 บ่อ
   ขั้นตอนการผลิตเกลือสินเธาว์ของอำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน
   
1. เตรียมเตาต้มเกลือโดยใช้ดินเหนียวเป็นรูปโดม ปากเตา มีขนาเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร
   2. ใช้ใบตองรองก้นกระทะ เพื่อป้องกันไม่ให้กระทะติดเตา
   3. ตักน้ำขึ้นจากบ่อลงถังพักเื่พื่อให้สิ่งปนเปื้อนมากับน้ำตกตะกอน โดยพักน้ำไว้ประมาณ 1 คืน
   4. นำน้ำในถังพักไปต้ม ให้น้ำระเหยออก ใช้เวลาต้มประมาณ 3 ชั่วโมง
   5. เมื่อน้ำระเหยจะมีเกลือสินเธาว์ตกตะกอนอยู่ก้นกระทะ จากนั้นตักใสเปาะ(่ชะลอม)ให้สะเด็ดน้ำ
   6. นำเกลือที่ผลิตได้มาผสมกับสารไอโอดีนในอัตราส่วนเกลือ 12-15 กิโลกรัม/น้ำไอโอดีน 30 ซีซี.
   7. นำบรรจุลงถุงพลาสติกติดฉลาก เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้า/นักท่องเที่ยว ถุงละ 4 กิโลกรัม ราคาถุงละ 20 บาท
อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน

ท่องเที่ยวบ่อเกลือ
   สภาพภูมิประเทศโดยรอบของบ่อเกลือส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน พื้นที่มีความลาดชันมากกว่าร้อยละ 40 บริเวณพื้นที่โดยทั่วไปสูง 730 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
จุดสูงสุด 1,648.066 เมตรจากระดับน้ำทะเลระดับปานกลาง ที่ดอยดงหญ้าหวาย ในพื้นที่มีน้ำไหลตามช่องเขาทั่วไป มีพื้นที่ราบตามลำนำและหุบเขาแคบๆ เพียงร้อยละ 1.5 ของพื้นที่ทั้งหมด เทือกเขาที่สำัคัญ ได้แก่ เทือกเขาภูคา ภูแว ภูผีปันน้ำ ภูฟ้า ลำน้ำที่สำคัญ คือ ลำน้ำมาง ลำน้ำว้า และลำน้ำน่าน มีสภาพป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์บริเวณดอยภูคา ซึ่งอุดมไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด และยังเป็นต้นกำเนิดแม่น้ำน่านอีกด้วย
   สภาพภูมิอากาศ เนื่องจากภูมิประเทศอยู่ในร่องเขาและมีป่าไม้มาก อากาศจึงหนาวเย็นตลอดปี โดยเฉพาะกลางคืนในฤดูหนาวจะหนาวจัด อุณหภูมิจะลดลงถึง 0 องศาเซลเซียส พอสิ้นหนาวผ่านเดือนเมษายนเพียงเดือนเดียว ก็จะย่างเข้าฤดูฝนและจะตกชุกไปถึงเดือนพฤศจิกายน จึงมีปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ย 1,300 มิลลิเมตร/ปี
•
การเดินทาง
   
บ้านบ่อหลวง ตำบลบ่อเกลือใต้ อำเภอบ่อเกลือ เดินทางจาก อ.บ่อเกลือใช้ทางหลวงหมายเลข 1256 ไปทาง อ.ปัว ประมาณ 200 เมตร จะพบโรงเรือนต้มบ่อเกลือเหนือ อยู่ขวามือ ตรงไปอีกประมาณ 100 ม. จะพบบ่อเกลือใต้อยู่ซ้ายมือ
   มาถึงบ่อเกลือแล้วต้องลองหาซื้อเกลือสินเธาว์สีขาว ผสมไอโอดีนมาชิมก็ได้ โดยประมาณกลางเดือน ก.พ.(วันแรม 9 ค่ำ เดือน 5 เหนือ) จะมีการจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาล "เจ้าพ่อบ่อหลวง" โดยทุกปีจะเซ่นไหว้ด้วยหมู และทุกๆ 3 ปี จะเซ่นไหว้ด้วยควาย หมุนเวียนกันไป
อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน