ดอยภูคา รูปและข้อมูล อยภูคา ภูแว ชมพูภูคา เต่าร้างยักษ์ เจ้าหลวงภูคา
ข้อมูลท่องเที่ยว จังหวัดน่าน
ดอยภูคา : ป่าต้นน้ำ ป่าดึกดำบรรพ์ปลายทางหิมาลัย..ขุนเขาใต้ทะเล : อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา หากจะมองลงมาจากฟากฟ้าด้วยสายตาของนกที่โบยบินอยู่เหนือฟ้าเมืองน่าน จะเห็นภาพของกลุ่มขุนเขาสูงทอดยาวทางตะวันออก ทอดยาวขนานไปกับสัณฐานเมืองน่านที่ยาวจากเหนือลงใต้ นับแต่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ทุ่งช้าง เชียงกลาง ลงมายังอำเภอปัว บ่อเกลือ สันติสุข ลงมาถึงอำเภอแม่จริมเป็นเทือกเขาใหญ่ ทอดตัวขนานไปกับชายแดนประเทศลาว อันประกอบด้วย ภูแว ที่มีความสูงราว 1,837 เมตรจากระดับน้ำทะเล ดอยขุนน้ำก้อน ดอยขุนน้ำน่าน ดอยภูแวน้อย ดอยขุนน้ำแหง และดอยภูคา ที่มีความสูงถึง 1,980 เมตรจากระดับน้ำทะเล รวมเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลเกินกว่าสายตาของนกฟ้าตัวใดจะมองเห็นได้ทั่วพื้นที่ในคราวเดียว จึงทำให้ขุนเขาแดนดอยกลุ่มนี้ เป็นพื้นที่ป่าใหญ่ที่สุดของเมืองน่าน ที่ชาวบ้านมักคุ้นที่จะเรียกรวมๆ ว่า "เทือกดอยภูคา"  

เทือกเขาดอยภูคา ประกอบด้วยแนวภูเขาสูงสลับซับซ้อน ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของปลายเทือกเขาหิมาลัย โดยมียอดดอยภูคาเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของจังหวัดน่าน ที่มีความสูงราว 1,980 เมตรจากระดับน้ำทะเล อันเป็นยอดสูงสุดในอุทยานภูคา ในบรรดายอดเขานับสิบนับร้อยยอด (ของมูลไถ่ปู่ละหึ่ง) ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยภูคานั้น คงไม่มียอดใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่า "ยอดดอยภูคา" ความสูงของยอดดอยภูคานั้น หากมองจากพื้นราบจะเห็นยอดเขาสูงทะมึนเสียดยอดอยู่ในม่านเมฆเสมอ และน้อยครั้งที่จะสามารถมองเห็นยอดดอยที่ปราศจากเมฆหมอกคลุม ยอดเขาแห่งนี้จึงดูเป็นเสมือนดินแดนแห่งสรวงสวรรค์อันลี้ลับ และมีน้อยคนนักที่จะเคยขึ้นไปสัมผัสยอดสูงสุดแห่งนี้ จึงมีแต่เพียงเรื่องราวเล่าขานเป็นตำนานที่่ไม่มีใครยืนยันได้จริงจัง มีแต่เรื่องราวจากคนเก่าแก่ก่อนเล่าสืบต่อกันมาว่า บนยอดดอยมีแต่ความงามและความอุดมสมบูรณ์ มีดอกไม้ป่ามากมาย มีผลไม้ดกดาษดื่น ใ้ห้คนเดินทางในป่าได้เก็บกิน แต่หากผู้ใดเกิดความโลภเก็บผลไมกลับมาก็จะต้องเดินหลงป่ากลับไปยังที่เดิมอีก

นั่นเป็นเพียงตำนานเล่าขานของทั้งชาวเขาและชาวพื้นราบรอบๆ ดอยภูคา แต่ความน่าสนใจและปรับเปลี่ยนเป็นความท้าทายกับการเดินทางก็คือ การพิสูจน์ข้อสันนิษฐานที่่จะพิชิตยอดดอยภูคาซึ่งสูงเกือน 2,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลเช่นนี้ คงเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้ เขตหนาวที่งดงาม และเป็นยอดเขาที่สูงสุดอันแวดล้อมไปด้วยยอดเขาสลับซับซ้อน มุมมองที่มองลงไปคงงดงามยิ่ง ยอดดอยภูคาน่าจะเป็นจุดหมายที่จะถามหานักเดินทางเพื่อการพิสูจน์ข้อเท็จจริงซึ่งยังคงถูกปิดสนิทอย่างไม่มีใครตอบได้

อุทยานแห่งชาิติดอยภูคา ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ 8 อำเภอ คือ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอทุ่งช้าง อำเภอเชียงกลาง อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา อำเภอสันติสุข อำเภอแม่จริมและอำเภอบ่อเกลือ มีพื้นที่ประมาณ 1,065,000 ไร่ เป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่มีทั้งพืชพรรณและสัตว์ป่าที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ รวมทั้งเป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำน่าน ลำน้ำปัว ลำน้ำว้า ที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตของชาวจังหวัดน่าน และยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ กล่าวคือ เป็นที่เชื่อกันว่าเทือกเขาดอยภูคาเป็นเมืองเก่าของบรรพบุรุษของคนเมืองน่านและในปัจจุบันนี้ก็ยังมีศาลเจ้าพ่อภูคา ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 31 ถนนสายปัง-บ่อเกลือ อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดน่านและบุคคลทั่วไป

ดอยภูคา เป็นต้นแม่น้ำสำคัญหลายสาย เช่น แม่น้ำน่าน ลำน้ำปัว บริเวณนี้เดิมเคยเป็นทะเลมาก่อน ก่อนจะเกิดการเคลื่อนตัวของแผ่นดิน 2 ผืนใต้ทะเลเข้าหากัน ทำให้แผ่นดินโก่งตัวขึ้น น้ำทะเลใต้ดินระเหยไปเหลือเพียงสินแร่เกลือ ดังที่พบในเขตอำเภอบ่อเกลือ และการค้นพบสุสานหอยทะเลอายุประมาณ 200 ล้านปี บนดอยภูแว ที่บ้างค้างฮ่อ ตำบลสะกาด อำเภอปัว มีลักษณะเป็นหอยแครง 2 ฝา ดร.จงพันธ์ จงลักษณ์มณี นักธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี สรุปว่า เป็นซากหอยที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า พาลีโอคาร์ดิต้าสปีซี่ (Paleocardita Species) อายุ 195-205 ล้านปี จัดอยู่ในยุคไทรแอสซิก (Triassic) ตอนปลาย

ป่าไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ประกอบด้วยป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ทุ่งหญ้า และป่าสนธรรมชาติ เป็นแหล่งของไม้หายาก ใกล้สูญพันธุ์ ได้แก่ ชมพูภูคา ในเขตป่าดงดิบเป็นแหล่งต้นเต่าร้างยักษ์ ปาล์มดึกดำบรรพ์ เมเปิ้ลใบ 5 แฉก ต่างจากเมเปิ้ลอื่นซึ่งมี 3 แฉก และยังเป็นแหล่งนกเฉพาะถิ่นที่หายาก 2 ชนิด คือ นกมุ่นรกคอแดงและนกพงใหญ่ พันธุ์อินเดีย

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยว : คือ ช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน - เดือน กุมภาพันธ์ อุณหภูมิ 10-25 องศาเซลเซียส และฤดูร้อน ระหว่างเดือน มีนาคม - เดือน เมษายน ซึ่งมีอากาศเย็นสบาย

สถานที่ท่องเที่ยวภายในอุทยานแห่งชาติดอยภูคา

• ชมพูภูคา ดอยภูคานับเป็นบ้านแหล่งสุดท้ายของต้นชมพูภูคา พรรณไม้หิมาลัย ในช่วง เดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี ชมพูภูคาจะผลิดอกตามปลายกิ่งเป็นช่อสีชมพูยาว 30-35 เซนติเมตร เมื่อบานจะทำให้ช่อดอกเป็นพุ่มสวยงาม ชมพูภูคาเป็นพรรณไม้ที่เคยมีการสำรวจพบตามหุบเขาแถบมณฑลยูนนาน ทางตอนใต้ของประเทศจีน และทางเหนือของเวียดนาม จากนั้นก็ไม่มีรายงานการค้นพบพืชชนิดนี้อีก พืนที่ป่าดงดิบเขาดอยภูคา จึงอาจเป็นแหล่งกำเนิดสุดท้ายของชมพูภูคา ซึ่งเป็นไม้หายากใกล้สูญพันธุ์ชนิดหนึ่งในโลก
จุดชมต้นชมพูภูคาที่เข้าถึงง่ายที่สุด จะอยู่ริมถนน ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ไป 5 กิโลเมตร
• เส้นทางศึกษาธรรมชาติชมพูภูคา จัดไว้ 2 วงรอบ รอบเล็ก 1.2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดิน 2 ชั่วโมง รอบใหญ่ 4.3 กิโลเมตร ใช้เวลาเดิน 4 ชั่วโมง ระหว่างเส้นทางจะพบป่าสนสามใบ เป็นป่าปลูกทดแทนป่าเดิมซึ่งถูกทำลาย ป่ากล้วยมักพบใกล้แหล่งน้ำ กล้วยที่โตเต็มที่สามารถเก็บน้ำตามลำต้นได้ถึง 10-15 ลิตร ป่าดึกดำบรรพ์ ต้นชมพูภูคา นางพญาเสือโคร่ง พบในเขตป่าดงดิบเขาสูงจากระดับน้ำทะเล 800-1800 เมตร เปลือกมีกลิ่นหอมคล้ายการบูน มีสรรพคุณเป็นยา ดอยดงหญ้าหวาย เดิมบริเวณนี้เคยเป็นทะเลมาก่อน การเคลื่อนตัวของแผ่นดินใต้ทะเล 2 ผืนจนเกิดการโก่งตัวเป็นสภาพดอยในปัจจุบัน

• ดอยภูแว เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ยอดดอยมีความสูง 1,837 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นเทือกเขาเดียวกับภูเขาอัลไต มีลักษณะโดดเด่น คือ ปราศจากต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่ มีเพียงหญ้าปกคลุมเล็กน้อย อีกทั้งยังมีลานหินและหน้าผาสูงชัน เช่น ผาแอ่น ผาผึ้ง ดอยภูแวค้นพบสุสานหอยซึ่งเป็นหอยทะเลอายุประมาณ 200 ล้านปี ที่บริเวณบ้านค้างฮ่อ อำเภอปัว ในช่วงฤดูหนาวจะมีความสวยงามมาก เนื่องจากมีบรรยากาศของทะเลหมอกและสามารถชมพระอาิทิตย์ควบคู่กันไปด้วย
•ส้นทางเดินเท้าสู่ดอยภูแว เหมาะสำหรับนักนิยมธรรมชาติที่มีความพร้อมด้านสภาพร่างกาย มี 3 เส้นทาง คือ
- เส้นทางขึ้นด้านบ้านห้วยปู่ดู่ เป็นเส้นทางที่สะดวกที่สุด เพราะทางกว้างเดินสบาย ระยะทางสั้นและชันน้อยที่สุด (ใช้เวลาเดินเฉลี่ย 4-6 ชั่วโมง) ซึ่งในช่วงหน้าแล้งจะไม่มีทาก
- เส้นทางขึ้นด้านบ้านห้วยปูด อยู่ใกล้กับทางขึ้นบ้านปู่ดู่ (ใช้เวลาเดินเฉลี่ย 6-8 ชั่วโมง) ในอดีตเคยเป็นเส้นทางหลักสำหรับขึ้นภูแว แต่เมื่อทางขึ้นด้านบ้านปู่ดู่เปิดใช้ ทางเส้นนี้ก็ไม่มีคนใช้ไปโดยปริยาย เพราะเดินไกลและมีความชันมากและทากเยอะ
- เส้นทางขึ้นด้านบ้านมณีพฤกษ์ (ใช้เวลาเดิน 2 วัน) ทางอุทยานฯ ไม่แนะนำให้ใช้เส้นทางนี้ เพราะมีความอันตรายมาก
ติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางและลูกหาบสำหรับขึ้นภูแวได้ที่ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา อัีตราค่าบริการเจ้าหน้าที่นำทาง 200 บาท/คน/วัน
การเดินทาง : ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1080 จากน่าน ผ่านอำเภอท่าวังผาไปจนถึงอำเภอปัว ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาขึ้นทางหลวงหมายเลข 1256 (ปัว-บ่อเกลือ) ผ่านที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยภูคา (25 กิโลเมตร จากอำเภอปัว) ถึงอำเภอบ่อเกลือแล้วเลี้ยวซ้ายขึ้นทางหลวงหมายเลข 1081 ไปอีกราว 34 กิโลเมตร จะถึงหน่วยพิทักษ์ป่า ภค.9 (บ้านด่าน) อันเป็นจุดเริ่มเดินเท้าสู่ดอยภูแว
หมายเหตุ : เส้นทางสายปัว-ดอยภูคา-บ้านด่าน ถนนค่อนข้างแคบ คดเคี้ยว ลัดเลาะไปบนเส้นทางสูงชันและอันตราย ผู้ที่จะขับรถผ่านเส้นทางสายนี้ควรขับขี่ด้วยความระมัดระวัง

• ถ้ำผาแดง อยู่ที่บ้านมณีพฤกษ์ หมู่ที่ 11 ตำบลงอบ เป็นถ้ำที่มีความสวยงามและยาวมากที่สุดในอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยสวยงาม ยังมีน้ำตกและลำธารขนาดใหญ่ภายในถ้ำอีกด้วย ในอดีตถ้ำผาแดงเป็นฐานที่ตั้งหลบภัยของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ภายในถ้ำยังปรากฏร่องรอยของที่พัก เตียงนอนของทหาร เตียงนอนคนไข้ บางเตียงยังอยู่ในสภาพที่ใช้ได้ หลุมที่ฝังซ่อนอาวุธ เศษถาดอาหาร (ถาดหลุม) และเครื่องใช้
การเดินทาง : ต้องเดินเท้าประมาณ 3 ชั่วโมง ลัดเลาะเนินเขา ซึ่งจะได้ชมความสวยงามของธรรมชาติ พันธุ์ไม้ และสัตว์ป่าต่าง ๆ บ้านของชาวเผ่าม้งที่อาศัยอยู่อย่างธรรมชาติกลางหุบเขา

• ถ้ำผาฆ้อง ต้องเดินเท้าผ่านป่าร่มรื่นเข้าไปประมาณ 3.5 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดกลางบริเวณปากถ้ำจะมีขนาดเล็ก ในถ้ำมีคูหาซึ่งมีหินงอกหินย้อย มีทางน้ำไหลผ่าน พื้นถ้ำเป็นดินเหนียวลื่นมาก ไม่ควรเข้าชมในช่วงฤดูฝนเพราะอาจมีน้ำท่วมในถ้ำ ควรติดต่อเจ้าหน้าที่นำทาง
การเดินทาง : ใช้ทางหลวงหมายเลข 1253 สู่อำเภอปัว ประมาณกิโลเมตรที่ 18 มีทางแยกสู่โรงเรียนนาสวรรค์ บ้านป่าไร่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 7 กิโลเมตร ต้องจอดรถไว้ที่โรงเรียนและต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 3.5 กิโลเมตร

• น้ำตกต้นตอง เป็นน้ำตกหินปูน ขนาดกลาง มี 3 ชั้น สูงประมาณ 60 เมตร บนโตรกผามีพืชชุ่มน้ำ เช่น ตะไคร้น้ำ เฟิร์นเกาะเขียวขจี หากน้ำหลากน้ำในน้ำตกจะขุ่นแดง น้ำตกอยู่บริเวณใกล้ๆที่ทำการอุทยานฯ เดินเข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตร ทางเข้าอยู่ที่บ้านป่าเต๋ย ต้องผ่านพื้นที่ทำไร่ของชาวบ้าน และต้องมีคนนำทาง ติดต่อได้ที่อุทยานฯ

• น้ำตกภูฟ้า เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติดอยภูคา สูงประมาณ 140 เมตร มีทั้งหมด 12 ชั้น ใช้เวลาไป-กลับ และชมน้ำตกประมาณ 2 วัน ควรติดต่อเจ้าหน้าที่นำทาง

• น้ำตกศิลาเพชร บ้านป่าตอง ตำบลศิลาเพชร น้ำตกลงมาจากหน้าผาหลายชั้นลดหลั่นกันไป เหมาะกับการเล่นน้ำ และมีผีเสื้อสีสวยให้ชมด้วย ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๗๑ กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 1080 สายน่าน-ปัว ก่อนถึงอำเภอปัว ตรงหลักกิโลเมตรที่ 41-42 มีทางแยกขวามือเข้าทางหลวงหมายเลข 1170 เดินไปอีกประมาณ 10 เมตร

• บ้านมณีพฤกษ์ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยภูคา เขต อ.ทุ่งช้าง เป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง มีโครงการปลูกดอกไม้ พืชผักเมืองหนาว ดำเนินการโดยโครงการพัฒนาต้นน้ำ และจัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ มีถ้ำต่างๆมากมาย ฐานปฎิบัติการทางทหาร และมีต้นชมพูภูคามากกว่าทางด้านที่ทำการอุทยานฯ


การเดินทางอุทยานแห่งชาติดอยภูคา: จากจังหวัดน่าน เดินทางโดนรถยนต์ ทางหลวงหมายเลข 1080 สู่ อ.ปัว ระยะทาง 60 กิโลเมตร จากนั้นแยกไปตามทางหลวงหมายเลข 1256 (ปัว-บ่อเกลือ) ระยะทาง 25 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ระยะทางโดยส่วนใหญ่จะโค้ง ลาดชัน เพราะสภาพพื้นที่ของอุทยานฯ เป็นภูเขา

สิ่งอำนวยความสะดวก : อุทยานแห่งชาติดอยภูคา มีบ้านพัก ร้านอาหาร อำนวยความสะดวกต่อผู้มาเยี่ยมเยือนคือ
บ้านภูคา 101 (ภูคา1) เป็นบ้านชั้นเดียว 4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พักได้ 7 ท่าน ราคา 2,500 บาทต่อคืน
บ้านภูคา 102 (ภูคา2) เป็นบ้านชั้นเดียว 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พักได้ 6 ท่าน ราคา 2,000 บาทต่อคืน
บ้านภูคา 103/1-103/4 เป็นบ้านชั้นเดียว 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พักได้ 4 ท่าน ราคา 800 บาทต่อคืน
บ้านภูคา 104/1-104/4 เป็นบ้านชั้นเดียว 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พักได้ 4 ท่าน ราคา 800 บาทต่อคืน
บ้านภูคา 105/1-105/4 เป็นบ้านชั้นเดียว 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พักได้ 4 ท่าน ราคา 800 บาทต่อคืน
บ้านภูคา 106/1-106/4 เป็นบ้านชั้นเดียว 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พักได้ 4 ท่าน ราคา 800 บาทต่อคืน
บ้านภูคา 107/1-107/4 เป็นบ้านชั้นเดียว 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พักได้ 4 ท่าน ราคา 800 บาทต่อคืน
บ้านเกวียน มีทั้งหมด 16 หลัง พักได้หลังละ 2 ท่าน ใช้ห้องน้ำรวมคะ ราคา 300 บาทต่อคืน

สถานที่กางเต้นท์ : บริเวณที่ทำการฯ มีจุดบริการกางเต็นท์ 2 จุดและที่ลานดูดาว 1 จุด ที่ลานกางเต้นท์มีห้องน้ำไว้บริการแก่นักท่องเที่ยวด้วยและสามารถประกอบอาหารในบริเวณจุดกางเต็นท์ได้ด้วยค่ะแต่ต้องรักษาความสะอาดและดับกองไฟทุกครั้งหลังประกอบอาหารเสร็จ

การจองที่พัก : ท่านสามารถจองที่พัก - บริการ ได้ด้วยตนเอง 3 ช่องทาง
1. งานบ้านพักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรุงเทพฯ สามารถจองล่วงหน้าได้ 60 วัน โทรศัพท์ 02-562-0760
2. ส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) โทร. 054-626-6770
4. ผ่านระบบออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ต สามารถจองล่วงหน้าได้ 60 วัน จองต่อเนื่องได้ครั้งละ 3 วัน กำหนดชำระเงินภายใน 3 วันทำการ ณ เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขาทั่วประเทศ รายละเอียดที่เว็บไซต์ : www.dnp.co.th

สอบถามรายละเอียด
ได้ที่ :
• อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ตู้ ปณ.8 ตำบลูคา อำเภอปัว จังหวัดน่าน 55120 โทรศัพท์ 054-701-000, 081-960-0477, 089-554-1231 แฟกซ์ 054-731-1362 หรือที่ส่วนอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร.0 2562 0760

แผนที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน