พิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง หอพระบาง พระธาตุพูสี เที่ยวเมืองหลวงพระบางทางน่าน
เที่ยวไปทั่ว..กับลานนาทัวร์ริ่ง
• ลานนาทัวร์ริ่ง LannaTouring
• ใบอนุญาตเลขที่ 21/00574
Tel : (HOT LINE)
086-3453730, 087-5793337
LINE No.
083-761 7040, 084 - 335-7175
Email/Skype
lannatouring@hotmail.com
เที่ยวกับลานนาทัวร์ิ่ริ่ง
• หน้าแรก ลานนาทัวร์ริ่ง
• ทัวร์โปรโมชั่น 2557
• ทีมงานลานนาทัวร์ริ่ง
ทัวร์โปรโมชั่น(แนะนำ)
• ทัวร์น่าน-หลวงพระบาง
(เส้นทางสายใหม่)
ข้อมูลท่องเที่ยวหลวงพระบาง
(ผ่านเส้นทางน่าน-สายใหม่)
ข้อมูลท่องเที่ยวหลวงพระบางเส้นทางน่าน
• เส้นทางหลวงพระบางทางน่าน
• ล่องเรือหลวงพระบางทางน่าน
• เที่ยวน่านหลวงพระบางทางรถ
ข้อมูลท่องเที่ยวน่าน
•เที่ยวน่านเมืองเก่า วัดภูมินทร์
•เที่ยวดอยภูคา หนองบัว ไทลื้อ
•เที่ยวห้วยโก๋นชายแดนลาว
•เที่ยวบ่อเกลือ เกลือภูเขา
•เที่ยวล่องแก่งน้ำว้าน่าน
•เทียวผาชู้ ดอยเสมอดาว
เที่ยวน่านกับ อสท.
ท่องเที่ยวน่านกับนิตยสารอสท.
• สองน่องท่องเมืองแฝด
น่านหลวงพระบาง
• ทางภูเขาเรื่องราวเมืองน่าน
• ภูเข้วิถีแห่งขุนเขา
ข้อมูลท่องเที่ยวไทย
ท่องเที่ยวไทยกับททท.
• สถานที่ท่องเที่ยวประเทศไทย
ข้อมูลท่องเที่ยวต่างประเทศ
• ข้อมูลท่องเที่ยว ลาว
• ข้อมูลท่องเที่ยว กัมพูชา
ข้อมูลท่ิองเที่ยวประเทศลาว
หอพิพิธภัณฑ์เมืองหลวงพระบาง (พระราชวังหลวงเดิม) : พระบาง : พระธาตุพูสี
หอพิพิธภัณฑ์เมืองหลวงพระบาง "ที่ประทับของเจ้ามหาชีวิตประเทศลาว"

ที่ตั้ง ตั้งอยู่ตรงข้ามกับทางขึ้นเขาภูษี ทางด้านทิศตะวันตก โดยมีถนนศรีสว่างวงศ์คั่นเอาไว้

หอพิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง แต่เดิมเคยเป็นพระราชวังหลวงที่พำนักของเจ้ามหาชีวิต เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ.2447 ในสมัยพระเจ้าสักกะริน และมาแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2452 ในสมัยพระเจ้าศรีสว่างวงศ์ ออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส ลักษณะเป็นหมู่อาคารชั้นเดียว มีแผนผังเป็นรูปกากบาท และสร้างฐานซ้อนกันหลายชั้น หลังคามุงกระเบื้อง นับเป็นการผสมผสานความลงตัวของตัวอาคารแบบฝรั่งเศสกับศิลปะแบบล้านช้างในตัวพระราชวังได้อย่างลงตัว โดยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ประทับอยู่ที่พระราชวังหลวงพระบางจวบจนสิ้นพระชนม์ ต่อมาภายหลังเปลี่ยนระบอบการปกครองในประเทศลาวเมื่อพ.ศ.2518 รัฐบาลลาวได้ใช้พระราชวังหลวงนี้เป็นหอพิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง และเปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519

เมื่อผ่านประตูทางเข้าไปแล้ว จุดเด่นที่สุดคือ แถวของต้นตาลขนาดใหญ่ที่ขนาบอยู่ทั้งซ้ายและขวาไปจนถึงตัวอาคาร จากนั้นเมื่อเข้าไปใกล้ก็จะเห็นหลังคามณฑปและรูปช้างสามเศียรบนหน้าบันด้านหน้า อันหมายถึง อาณาจักรล้านช้างทั้งสาม (หมายถึง หลวงพระบาง เวียงจันทน์ และจำปาสัก) โดยรายละเอียดส่วนนี้ ถูกเพิ่มเติมเข้ามาในปี พ.ศ. 2473 เมื่อเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์มีรับสั่งให้บูรณะระหว่างที่รอการสถาปนาราชอาณาจักรลาว ประกอบด้วยห้องเด่นๆหลายห้อง คือ

• ห้องรับแขกของเจ้ามหาชีวิตหรือ ห้องฮับต้อน เป็นห้องสำหรับรับมอบสาสน์ตราตั้งต่างๆ มีรูปปั้นบรอนซ์ครึ่งพระองค์ของเจ้ามหาชีวิตมหินทรเทพ (เจ้าอุ่นคำ) , เจ้ามหาชีวิตสักกะริน (เจ้าคำสุก) และเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ บนผนังเป็นภาพเขียนบนผ้าใบผืนใหญ่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันของชาวลาว ภาีพฮีตประเพณีลาวที่สำคัญ ลักษณะงานศิลปะแบบ impressionism ฝีมือของจิตรกรหญิงของชาวฝรั่งเศสชื่อ อลิซ เดอ โฟเตอโร ซึ่งเขึยนขึ้นในปี พ.ศ.2473 และอีกผนังด้านหนึ่งยังมีภาพแกะไม้จากวรรณคดีรามเกียรติ์ ฝีมือสกุลช่างหลวงพระบางสายเพี้ยตัน

• ท้องพระโรงใหญ่ เป็นสถานที่ออกต้อนรับราชฑูตจากประเทศต่างๆ ที่เข้ามาถวายพระราชสาสน์ตราตั้ง ฝาผนังประดับกระจกสีหรืองานประดับดอกดวง แบบเดียวกับที่วัดเชียงทอง เป็นเรื่องนิทานพื้นบ้านของลาว เช่น เรื่องท้าวจันทะพานิด เรื่องขุนบรม เรื่องตำนานการแห่งพระบางขึ้นมาจากเขร รวมทั้งเรื่องงานประเพณีในรอบปีหรือฮีตสิบสอง สุดท้องพระโรงเป็นพระราชบัลลังก์ทำด้วยไม้แกะสลักแล้วหุ้มทองคำอีกชั้น (มีเชื่อกกั้นห้ามนักท่องเที่ยวเข้า) บัลลังก์นี้เตรียมไว้สำหรับพิธีบรมราชาภิเษกเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนาในปี พ.ศ.2519 แต่ประเทศลาวเปลี่ยนแปลงการปกครองเสียก่อน ตู้กระจกรอบท้องพระโรงนี้ก็จัดแสดงเครื่องราชกุธภัณฑ์สำหรับใช้ในพิธีนี้เช่นกัน เช่น พระแสงขรรค์ ฉลองพระบาท พระแส้จามรี

ทางปีกซ้ายและขวาของห้องท้องพระโรงเป็นตู้จัดแสดงพระพุทธรูปทั้งทำ้ด้วยทองคำ แก้ว สำริด หรือไม้ตีทองคำหุ้ม ส่วนใหญ่มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 20-21 พระพุทธรูปเหล่านี้ส่วนมากพบอยู่ใต้ฐานของพระธาตุหมากโมเมื่อบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่เมื่อ พ.ศ.2457 ในสมัยพระเจ้าศรีสว่างวงศ์
• ห้องพิธีการ หรือท้องพระโรงหน้า เคยใช้เป็นห้องรับแขกภายในและคณะฑูตานุฑูตระหว่างเฝ้ารอรับเสด็จ และในบางโอกาสห้องพิธีการยังใช้เป็นที่ฟังธรรมสำหรับเจ้ามหาชีวิต รวมทั้งใช้จัดงานสำคัญของราชสำนัก เช่น งานอภิเษกสมรสของบรรดาราชวงศ์ฝ่ายในสิ่งของที่จัดแสดงอยู่ในปัจจุบันมี หอธรรมาสน์ เป็นไม้แกะสลักด้วยฝีมือสกุลช่างหลวงพระบาง, พระพุทธรูปสำริด ศิลปะลาวโบราณ มีอายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ 17-19 , เศียรพระพุทธรูปมถุรา ซึ่งได้รับมอบมาจากรัฐบาลอินเดีย
• ห้องรับแขกของมเหสี แบ่งเป็นสองตอน ห้องใหญ่ซึ่งเคยใช้เป็นห้องรับแขกของพระมเหสีมีตู้จัดแสดงของขวัญจากประเทศต่างๆ ที่ส่วนใหญ่ส่งมาถวายเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์วัฒนาในระหว่างที่จะเข้าพิธีบรมราชาภิเษก ส่วนห้องเล็กด้านในสุดจัดวางรูปเขียนสีน้ำมันขนาดใหญ่ของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา รูปพระมเหสีคำผุย และรูปเจ้าชายวงศ์สว่างมกุฎราชกุมาร วาดขึ้นในปี พ.ศ.2510 วาดโดยจิตรกรชาวรัสเซีย
• ยอดมณฑปทอง แต่เดิมอาคารพระราชวังเป็นอาคารชั้นเดียวยกพื้นสูง รูปทรงแบบโคโลเนียลสไตล์ ต่อมาในพ.ศ.2473 พระเจ้าศรีสว่างวงศ์โปรดเกล้าให้สร้างหลังคาแบบมณฑปเพิ่มเติมขึ้น เพื่อให้มีรูปลักษณ์แบบศิลปะตะวันออก โดยมีรูปช้างสามเศียร อันเป็นสัญลักษณ์ของ "ราชอาณาจักรลาว" อยู่บนหน้าบันเหนือมุขทวารด้านหน้า

ค่าเข้าชม 30,000 กีบ (ประมาณ 120 บาท)
เปิดเวลา 08.00 - 11.30 น. และ 13.30 - 16.30 น. เปิดทุกวัน ยกเว้นวันอังคาร และวันหยุดรัฐการ (บุญปีใหม่ลาว บุญช่วงเฮือ วันชาติ และวันปีใหม่สากล)
• หมายเหตุ ภายในหอพิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง ห้ามการถ่ายรูปทุกชนิดรวมถึงจดบันทึกอย่างเด็ดขาด และผู้เข้าชมต้องแต่งกายสุภาพ ไม่อนุญาตสวมกางเกงขาสั้น แว่นกันแดด และสวมหมวกและห้ามสูบบุหรี่ นักท่องเที่ยวจึงต้องฝากกล้องถ่ายรูปและกระเป๋าสัมภาระ ในตู้เก็บของที่มีกุญแจหนาแน่น (โดยไม่เสียค่าใช่จ่าย)

พิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง ประเทศลาว
พิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง ประเทศลาว
พิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง ประเทศลาว
พิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง ประเทศลาว
อนุสาวรีย์เจ้าชีวิตศรีสว่างวงศ์ พิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง
พระบาง หอพระบาง : "สิ่งศักดิ์ิสิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองหลวงพระบาง"

พระบาง
พระบางพุทธลาวรรณ หรือเรียกกันทั่วไปว่า “
พระบาง” เป็นพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร สูงสองศอกเจ็ดนิ้ว(ประมาณ 1.14 เมตร)หล่อด้วยสัมฤทธิ์(ทองคำผสม 90 เปอร์เซ็นต์) โดยมีพุทธลักษณะคือ ประทับยืนยกพระหัตถ์ขึ้น นิ้วพระหัตถ์เรียบเสมอกัน พระพักตร์ค่อนข้างเป็นรูปสี่เหลี่ยม พระนลาฏกว้าง พระขนงเป็นรูปปีกกา พระเนตรเรียว พระนาสิกค่อนข้างแบน พระโอษฐ์บาง พระเศียรและพระเกตุมาลาเกลี้ยงสำหรับสวมเครื่องทรง ปั้นพระองค์เล็ก พระโสภีใหญ่ ครองจีวรห่มคลุม แลเห็นแถบสบงและหน้านาง

ตามตำนานว่า พระเจ้ากรุงอินทรปัตหรือกัมพูชาได้มาจากลังกาทวีป พระอรหันต์นามว่า จุลนาคเถระ เป็นผู้หล่อขึ้นในปี พ.ศ. 436 โดยอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐานในองค์พระบางถึงหกตำแหน่ง วัตถุที่ใช้หล่อเป็นทองคำ ผสมทองแดงและเงิน โดยมีเนื้อทองคำถึง 90%

จนเมื่อ พ.ศ. 1902 พระเจ้าฟ้างุ้มกษัตริย์แห่งล้านช้างซึ่งมีความเกี่ยวพันทางเครือญาติกับพระเจ้ากรุงเขมร ได้ตีเมืองเชียงดง- เชียงทองแล้ว มีพระราชประสงค์ที่จะเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้ประดิษฐานมั่นคงในพระราชอาณาจักร จึงได้ทูลขอพระบางพระเจ้ากรุงอินทรปัตซึ่งเป็นพ่อตา เพื่อมาประดิษฐาน ณ เมืองเชียงทองอันเป็นนครหลวงของอาณาจักรล้านช้างในขณะนั้น

แต่เมื่ออันเชิญพระบางมาได้ถึงเมืองเวียงคำ(บริเวณแถบเมืองเวียงจันทร์ในปัจจุบัน) เพื่อหนึศึกพม่านั้น ก็มีเหตุอัศจรรย์ขึ้นจนไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ พระบางจึงได้ประดิษฐานอยู่ที่เมืองนี้จนถึง พ.ศ. 2055 อันเป็นสมัยของพระเจ้าวิชุณราช ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเจ้าเมืองเวียงคำมาก่อน ครั้นปี พ.ศ. 2103 พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชย้ายเมืองหลวงพระบางลงมายังเวียงจันทร์ พร้อมได้อัญเชิญพระแก้วมรกตมากรุงเวียงจันทน์ด้วย จึงสามารถนำเอาพระบางขึ้นไปประดิษฐานไว้ที่วัดวิชุนราชในนครเชียงทองต่อไป พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเมืองเชียงทองเป็นนครหลวงพระบาง ทำให้เมืองเชียงทองถูกเรียกว่า หลวงพระบาง นับแต่นั้นเป็นต้นมา

ต่อมาในสมัยที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ยกทัพเข้ายึดครองอาณาจักรล้านช้างไว้ได้ จึงได้อาราธนาพระบาง พร้อมทั้งพระแก้วมรกต ลงมาประดิษฐานที่กรุงธนบุรี ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จึงได้พระราชทานพระบางคืนให้แก่เมืองหลวงพระบางดังเดิมตราบจนทุกวันนี้ ส่วนพระแก้วมรกตนั้นประดิษฐานอยู่ที่วัดพระแก้วในปัจจุบัน

พระบางนอกจากถือเป็นพระคู่เมืองหลวงพระบางแล้ว ยังเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่สุดในประเทศลาวด้วย ปัจจุบันพระบางประดิษฐานอยู่ที่ หอพระบาง พิพิธภัณฑ์เมืองหลวงพระบาง

หอพระบาง
นอกจากอาคารพระราชวังเดิมซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์หลวงพระบางแล้ว ทางด้านขวามือของประตุทางเข้ายังมี "หอพระบาง" อาคารสีทองขนาดใหญ่ ทรงสิมแบบหลวงพระบาง ตกแต่งด้วยลายดอกดวง (กระจกสี) เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานหลวงพระบาง โดยทางเมืองหลวงพระบาง ได้อัญเชิญพระบางย้ายมาประดิษฐานที่หอพระบางแห่งนี้เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2556 ส่วนทางด้านซ้ายมือของประตูทางเข้าก็คือ "อนุสาวรีย์เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์" (ครองราชย์ตั้งแต่ พ.ศ. 2448-2502) โดยพระองค์ถือเป็นกษัตริย์ผู้พระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับแรก (ที่เขียนโดยคนลาว) ให้แก่ประเทศลาวในปี พ.ศ. 2490

หอพระบาง เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว
หอพระบาง เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว
วิวหอพระบาง เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว
หอพระบาง เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว
พระธาตุพูสี : หลักเมืองของหลวงพระบาง "หากมาเยือนหลวงพระบางแล้วไม่ได้ขึ้นถึงยอดพูสี ถือว่ามาไม่ถึงเมืองหลวงพระบาง"
ที่ตั้ง ตั้งอยู่ตรงข้ามหอพิพิธภัณฑ์เมืองหลวงพระบาง(พระราชวังหลวง)

มีตำนานกล่าวว่า ฤาษีสองพี่น้องคือ อามาะละฤาษีและโยทิกะฤาษี ได้เดินทางเสาะแสวงหาสถานที่สำหรับตั้งบ้านเมือง เมื่อมาเห็นชัยภูมิที่นี่ดี เป็นที่ราบกว้างและมีเนินเขาอยู่กลาง จึงเลือกเนินเขานี้เป็น ใจเมือง ชาวบ้านจึงเรียกกวันว่า ภูฤาษี หรือ ภูษี ส่วนนักโบราณคดีบางคนเชื่อว่า ภูษี น่าจะมาจากคำว่า ภูศรี ซึ่งหมายถึงความเป็นศรีสง่าของเมืองหลวงพระบาง
• เขาภูษี เป็นยอดเขาตั้งกลางใจเมืองสูงประมาณ 150 เมตร มีบันไดทั้งหมด 328 ขั้น เส้นทางที่นิยมใช้กันเป็นประจำคือ ทางทิศตะวันตก ตรงข้ามหอพิพิธภัณฑ์ ซึ่งสะดวกกว่าเส้นทางทิศตะวันออกซึ่งขึ้นมาจากทางริมน้ำคาน บนยอดภูษีเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ตัวเมืองหลวงพระบางได้รอบทิศ โดยทางทิศตะวันตกหันหน้าสู่ทางเดินจะพบวิวพระราชวังหลวงพระบาง แม่น้ำโขง และบ้านเรือนอย่างสวยงาม ส่วนทางทิศตะวันออกจะมองเห็นแม่น้ำคานช่วงที่ไหลผ่านสะพานเหล็ก ซึ่งช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดของการขึ้นชมภูษีได้แก่ ช่วงบ่ายสี่โมงเป็นต้นไป เพราะอากาศจะเย็นสบาย ทำให้ไม่เดินเหนื่อยมากนัก และยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดอีกด้วย
• พระธาตุจอมพูสี ยอดภูสีเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุจอมพูสี ซึ่งเป็นองค์พระธาตุที่สำคัญที่สุดของเมืองหลวงพระบาง ตั้งแต่ยอดปลีขึ้นไปทาสีทองสุกปลั่ง ซึ่งไม่ว่าจะอยู่จุดใดในหลวงพระบาง จะพบเห็นพระธาตุจอมพูสีส่องสว่างอยู่ทุกแห่ง สร้างในปี พ.ศ. 2347 สมัยเจ้าอนุรุทราช มาบูรณะอีกครั้งในปี พ.ศ.2457 โดยหุ้มองค์พระธาตุด้วยแผ่นทองเหลืองฉาบทองคำ องค์พระธาตุกว้างด้านละ 10.55 เมตร สูง 21 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม ยอดประดับด้วยเศวตรฉัตทองสำริด 7 ชั้น ตัวพระธาตุเป็นรูปทรงดอกบัวสี่เหลี่ยม บริเวณรอบพระธาตุมีทางเดินคล้ายระเบียง มีรั้วเตี้ยๆ กั้นให้เดินได้โดยรอบ
• คำแนะนำสำหรับคนที่กำลังจะขึ้นพูสีก็คือ ถึงแม้จะสามารถขึ้นได้ทั้งวันตั้งแต่เช้าจนค่ำ แต่ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือราวประมาณสี่โมงเย็น หลังแดดร่มลมตกไปแล้ว จากนั้นเมื่อนมัสการองค์พระธาตุด้านบนเสร็จแล้ว สามารถรอชมพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดในหลวงพระบาง

• วัดป่าฮวก   เป็นวัดเล็กๆ ตั้งอยู่บริเวณทางขึ้นของพระธาตุพูสี ที่เชื่อกันว่าเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีเป็นผู้บูรณะซ่อมแซมขึ้นในปี พ.ศ. 2429 หรือตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 จุดเด่นของวัดแห่งนี้คือ สถาปัตยกรรมภายนอก และภาพวดฝาผนังแบบปูนเปียกอันดงามภายในสิม ซึ่งเป็นศิลปะแบบรัตนโกสินทร์ที่วาดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2403 (ที่สำคัญคือมีอยู่แห่งเดียวในหลวงพระบาง)
พระธาตุพูสี เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว
จุดชมวิวพระธาตุพูสีเห็นเมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว
พระธาตุพูสียามพระอาทิตย์ตกดิน เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว
ทางเดินขึ้นพระธาตุพูสี เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว

Untitled Document
ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศลาว (LAOS)
• ข้อมูลทั่วไปประเทศลาว แผนที่ลาว การเดินทางลาว • ภาษาลาว วันละคำ
• ประวัติศาสตร์ลาวและเหตุการณ์สำคัญในลาว • วางแผนเดินทางลาว เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับประเทศลาว
• เอกสารการเดินทางเข้าออกลาว วีซ๋าลาว • อาหารลาว ร้านอาหารลาว
• โรงแรมในประเทศลาวทั่วประเทศ • เทศกาลและงานประเพณีลาว
แขวงหลวงพระบาง (Luang Prabang) : เมืองหลวงพระบางมรดกโลก
• หลวงพระบาง : สบายดีหลวงพระบาง เมืองมรดกโลก • ตำนานเมืองหลวงพระบาง เหตุผลที่หลวงพระบางได้มรดกโลก
• วัดเชียงทอง : สุดยอดสถาปัตยกรรมล้านช้าง • โรงแรม ที่พัก เกสต์เฮาท์หลวงพระบาง
• พระราชวังหลวง : พระบาง : พระธาตุพูสี • ร้านอาหาร ภัตตาคาร ที่กินในหลวงพระบาง
• น้ำตกกวางสี : น้ำตกตาดแซะ : ถ้ำติ่ง : หมู่บ้านผานม • อาหารพื้นบ้านตำรับหลวงพระบาง : สลัดผักน้ำ เอาะหลาม เฝอลาว
• วัดวิชุนราช : พระธาตุหมากโม : วัดอาฮาม(ปู่เยอย่าเยอ) • แหล่งชอปปิ้งหลวงพระบาง : ตลาดมืด : ตลาดดารา : บ้านซ่างไห
• วัดธาตุหลวง : วัดใหม่ : วัดแสนสุขาราม : วัดพระบาทใต • ตักบาตรข้าวเหนียวหลวงพระบาง
• เรือนมรดกโลกเชียงม่วน : ย่านบ้านเจ็ก • ปั่นจักรยานเที่ยวชมวัดวาอารามในหลวงพระบาง
• ตลาดเช้าหลวงพระบาง : ตลาดม้ง : กาแฟประชานิยมหลวงพระบาง • เส้นทางสายใหม่สู่เมืองหลวงพระบาง ผ่านเส้นทางน่าน
 
แขวงนครเวียงจันทน์ (Vientiane) : เวียงจันทน์ เมืองหลวงของลาว
• นครเวียงจันทน์ : ข้อมูลเดินทาง แผนที่ ประวัติเมืองเวียงจันทน • เขื่อนน้ำงึม : แดนสวรรค์ของเวียงจันทน
• พระธาตุหลวง : ประตูชัย • เที่ยวรอบนอกเมืองเวียงจันทน์
• หอพระแก้ว : วัดศรีเมือง • โรงแรม ที่พัก เกสต์เฮาส์ในเวียงจันทน
• วัดศีรษะเกศ : วัดองค์ตื้อ : อนุสาวรีย์พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช • ร้านอาหารในเวียงจันทน
 
แขวงเวียงจันทน์ : วังเวียง (Vanvieng) กุ้ยหลินเมืองลาว
• วังเวียง : ข้อมูลเดินทาง แผนที่วังเวียง • โรงแรม ที่พัก เกสต์เฮาส์ในวังเวียง
• ท่องเที่ยววังเวียง : กุ้ยหลินเมืองลาว • ร้านอาหารในวังเวียง
 
แขวงเชียงขวาง (Xieng Khouang) : ทุ่งไหหิน ทุ่งหินโบราณลี้ลับ
• เชียงขวาง : อดีตสมรภูมิสงครามอินโดจีน • เมืองคูน : เมืองหลวงเก่าแห่งเชียงขวาง
• ทุ่งไหหิน : ไหปริศนาที่รอคอยคำตอบ • โรงแรม ที่พัก เกสต์เฮาส์ในเชียงขวาง
 
แขวงจำปาสัก (Champasak) : อดีตราชธานีแห่งลาวใต้
• ลาวใต้ : นครจำปาสัก : ปากเซ ข้อมูลเดินทาง แผนที่ลาวใต • น้ำตกตาดผาส้วม : อุทยานบาเจียง : หมุ่บ้านชนเผ่าลาว
• ปราสาทหินวัดภู : มรดกโลกสถาปัตยกรรมขอมโบราณ • มหานทีสี่พันดอน : แลนด์บริดจ์ฝรั่งเศส : หัวรถจักรโบราณ
• ที่ราบสูงบอละเวน : ไร่ชา : กาแฟลาวขึ้นชื่อ
• โรงแรม : ร้านอาหารเมืองปากเซ • ช้อปปิ้งลาวใต้ : ตลาดดาวเรือง : ตลาดปากเซ
 
แขวงพงสาลี(Phongsaly) : เหนือสุดเมืองลาว
แขวงหลวงน้ำทา (Luangnamtha) : เืมืองแห่งชนเผ่าไทลื้อ
• พงสาลี : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงพงสาล • หลวงน้ำทา : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงหลวงน้ำทา
แขวงสะหวันนะเขต (Savannakhet) : ชายแดนเมืองสวรรค์
แขวงบ่อแก้ว (ฺBokeo) : เมืองแห่งชายแดนไทย
• สะหวันนะเขต : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงสะหวันนะเขต • บ่อแก้ว : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงบ่อแก้ว
แขวงอุดมไชย (ฺOudomsay) : เมืองแห่งธรรมชาติ
แขวงไชยะบุรี (ฺSayaboury) : เมืองแห่งป่าไม้
• อุดมไชย : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงอุดมไชย • ไชยะบุรี : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงไชยะบุรี
แขวงหัวพัน (ฺHouaphanh) : เมืองแห่งสมรภูมิ
แขวงบริคำไชย (ฺBorikhamsay) : ประตูสู่ลาวใต้
• หัวพัน : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงหัวพัน • บริคำไชย : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงบริคำไชย
แขวงคำม่วน (ฺKhammouane) : เมืองแห่งผืนป่าิ
แขวงสาละวัน (ฺSaravane) : เมืองแห่งธรรมชาติและกาแฟ
• คำม่วน : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงคำม่วน • สาละวัน : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงสาละวัน
แขวงเซกอง (ฺSekong): น้ำตกที่สูงที่สุดในลาว
แขวงอัตตะบือ (ฺAttapeu) : เมืองกลางหุบเขาชายแดนเขมร
• เซกอง : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงเซกอง • อัตตะบือ : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงอัตตะบือ
Untitled Document
ทัวร์โปรโมชั่นพิเศษ....
ทัวร์น่านหลวงพระบาง ทัวร์หลวงพระบางทางน่าน
• LAO01 ทัวร์น่านหลวงพระบาง 3 วัน 2 คืน น่าน (ทางเรือ) น่าน ด่านห้วยโก๋น เส้นทางสายใหม่ ท่าเรือปากห้วยแคน ล่องแม่น้ำโขงหลวงพระบาง ถ้ำติ่ง วัดเชียงทอง น้ำตกตาดกวางสี พระราชวังหลวง หลวงพระบาง น่าน(ไปเรือกลับเรือ)

• วันที่ 8 - 10 ก.ค. 60 ท่านละ 6,900 บาท (เปิดจองแล้วค่ะ)
ทัวร์น่านหลวงพระบางทางรถ

• LAO02 ทัวร์น่านหลวงพระบาง 3 วัน 2 คืน (ทางรถ) น่าน ด่านชายแดนห้วยโก๋น ลาว เมืองเงิน หงสา ไชยะบุรี หลวงพระบาง วัดเชียงทอง น้ำตกตาดกวางสี พระราชวังหลวง หลวงพระบาง น่าน(ไปรถกลับรถ)

• กรุ้ปส่วนตัว เดินทางตั้งแต่ 5-6 ท่านขึ้นไป สามารถกำหนดวันเดินทางได้เองค่ะ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้นะคะ
• ราคาเริ่มต้นท่านละ 9,900 บาท (ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เดินทาง สามารถเลือกเดินทางได้ทุกวันค่ะ)

• LAO03 ทัวร์น่านหลวงพระบาง วังเวียง เวียงจันทน์ 4 วัน 3 คืน น่าน ด่านห้วยโก๋น เมืองเงิน ปากห้วยแคน ล่องเรือแม่น้ำโขงสู่หลวงพระบาง ถ้ำติ่ง วัดเชียงทอง พระราชวังหลวง พระธาตุพูสี น้ำตกตาดกวางสี วังเวียง พระธาตุหลวงเวียงจันทน์ ประตูชัย เวียงจันทน์ หนองคาย

• สำหรับกรุ๊ปส่วนตัว 25 ท่านขึ้นไป
• ราคาเริ่มต้นท่านละ 16,500 บาท

ลานนาทัวร์ริ่ง : โทร. 086-345 3730, 087-579-3337, 054 - 765 222 แฟกซ์ 054-710195
สำนักงาน จ.น่าน : 202 หมู่ 1 บ้านท่าล้อ ตำบล ฝายแก้ว อำเภอภููเพียง จ.น่าน 55000

Your Travel We Care..